บทที่ 8 บทที่ 7 เช้าอันสดใส

เช้าวันต่อมา...

อัญญาตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ใบหน้ายิ้มแย้มดูสดใสเนื่องจากว่าเมื่อคืนเธอได้นอนพักอย่างเต็มอิ่ม ปกติทำงานดึกกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนแล้วจึงไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

"ตื่นแล้วเหรอล้างหน้าแปรงฟันก่อนสิแล้วเดี๋ยวลงไปกินข้าวข้างล่างกัน"

"จะไปโรงพยาบาลไม่ใช่หรือไง หนูไม่มีเสื้อผ้าใส่หรอกนะ"

หญิงสาวบ่นออกมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำซึ่งชายหนุ่มเตรียมแปรงฟันแล้วก็ยาสีฟันวางไว้ให้ตรงหน้ากระจกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดูเป็นผู้ชายที่เอาใจใส่พอสมควรนะก็ถือว่าไม่ได้แย่

"คุณแม่เอาเสื้อผ้าที่ท่านไม่เคยใส่มาให้แล้ว เดี๋ยววันนี้ไปโรงพยาบาลก่อนแล้วพี่จะพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่"

"ไม่ต้องหรอกค่ะหนูไม่ได้จะอยู่ที่นี่สักหน่อย เสื้อผ้าที่คอนโดมีตั้งเยอะแยะไม่ต้องมีน้ำใจซื้อให้หรอก"

หญิงสาวเอ่ยออกมาก่อนจะหันไปแปรงฟันต่อซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ไม่รู้จะพูดยังไงเพื่อให้เธอยอมคุยดีกับเขาบ้าง ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นมีลูกมาเป็นหลักประกันรับรองว่าเรียกร้องจากเขาสารพัด เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้นแถมยังต่อต้านปฏิเสธเขาทุกทางอีก

"แต่งตัวเสร็จแล้วลงไปหาพี่ข้างล่างนะ"

"ค่า~"

หญิงสาวตะโกนออกไปก่อนจะหันไปส่องกระจกแปรงฟันต่อไม่ได้สนใจชายหนุ่มอีก ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีหรอกเพียงแค่ว่าเราสองคนไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำดีต่อกัน เธอแค่ไม่อยากรู้สึกอะไรกับเขาไปมากกว่านี้ก็เท่านั้นเพราะถ้าวันหนึ่งเกิดมีความรู้สึกขึ้นมาคนที่จะเจ็บก็คือตัวเอง

ทางด้านของเจอริคเขาเดินลงไปข้างล่างจากนั้นก็เดินตรงเข้าไปยังห้องอาหารซึ่งตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

"ลงมาแล้วเหรอ แล้วหนูอัญญาล่ะทำไมไม่พาลงมาด้วยกัน"

คุณแม่มองหาเด็กสาวเพราะไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ตามลูกชายลงมาพร้อมกัน

"เดี๋ยวลงมาครับกำลังแต่งตัวอยู่ ผมลงมาก่อนเพื่อจะดูว่ามีอะไรให้เธอกินได้หรือเปล่า"

"แม่อยู่นี่ทั้งคนจะไม่มีอะไรกินได้ยังไงล่ะ ดูสิมีแต่ของบำรุงทั้งนั้น ไปตามเมียแกมาได้แล้วถ้าหนูอัญญาไม่มาไม่ต้องกิน"

"โหแม่...! ยัยเด็กนั้นเพิ่งมาได้วันเดียวเองนะ ผมอยู่กับแม่มา 20 กว่าปีปฏิบัติต่อกันแบบนี้หรือไง"

ชายหนุ่มโวยวายทันทีเมื่อคุณแม่ดูเหมือนจะเอนเอียงไปทางผู้หญิงอีกคน ครอบครัวบ้านนี้มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ชอบเข้าข้างลูกสะใภ้มากกว่าลูกของตัวเอง

"ก็ทำยังไงได้ล่ะแม่หนูอัญญากำลังท้องอยู่ ท้องลูกของแกด้วยนะ"

"ใช่ลูกของผมหรือเปล่าก็ไม่รู้"

"อย่าพูดให้หนูอัญญาได้ยินนะเดี๋ยวแกจะโดนแม่ตบปากร้อยครั้ง"

คุณแม่ชี้หน้าลูกชายก่อนจะบ่นออกมาทันที ถ้าผู้หญิงมาได้ยินคงจะรู้สึกไม่ดีแน่ คำพูดคำจาไม่น่ารักเอาเสียเลย

"แล้ววันนี้จะไปไหนกัน"

คุณพ่อเอ่ยถามในระหว่างที่กำลังจิบกาแฟอยู่ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ

"ผมจะพาอัญญาไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพ แล้วก็จะตรวจดีเอ็นเอด้วย อายุครรภ์ของเธอในตอนนี้น่าจะตรวจ DNA ได้แล้ว ผมอยากจะพิสูจน์อะไรให้มันชัดเจนไปเลย ตอนนี้รู้สึกว่ามันค้างคาทั้งเรื่องของแพรวาแล้วก็เรื่องของอัญญา จะต้องมีคนหนึ่งที่โกหกและมีคนหนึ่งที่พูดความจริง"

เขาเดินมานั่งลงตรงข้ามกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปัญหานี้จะต้องถูกแก้ไขและเขาจะได้คิดต่อว่าจะเอายังไงกับสถานะความสัมพันธ์ ถ้าเกิดแพรวาเป็นคนที่โกหกและอัญญาเป็นคนที่พูดความจริงแถมลูกในท้องเป็นลูกในไส้ของเขาเองก็คงจะต้องคิดถึงอนาคตต่อไป

"ต้องรีบจัดการนะเรื่องนี้แกอย่าปล่อยไว้นานล่ะ แล้วแกคิดว่าใครที่เป็นคนโกหกใครที่เป็นคนพูดความจริง"

"ผมเชื่อใจอัญญามากกว่าแพรวา เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างมันพิสูจน์ออกมาก่อนถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอายังไง"

"ตามใจแกก็แล้วกัน"

ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังนั่งคุยกันอยู่อัญญาและเจย์ริวก็เดินเข้ามาพร้อมกัน

"อัญญาต้องใส่รองเท้าที่มีกันลื่นนะ เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านเอาไปเปลี่ยนให้ดีไหม"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะอัญญาไม่ได้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว เดี๋ยววันนี้ก็กลับไปอยู่ที่บ้านแล้วค่ะ"

เธอหันไปส่งยิ้มให้กับเจย์ริวก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับเขา ทั้งสามคนได้ยินแบบนั้นก็หันหน้ามามองกันก่อนจะเงียบไป ดูเหมือนว่าแม่หนูอัญญาจะไม่ได้พิศวาสเจอริคเท่าไหร่ถ้าเกิดตรวจความเป็นพ่อลูกแล้วเด็กในท้องเป็นลูกของเจอริคขึ้นมา เขาคงจะจัดการกับแม่ของลูกยากขึ้น

"ขอโทษที่มาช้านะคะ"

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนูอัญญามานั่งกับแม่สิ"

อัญญาเดินไปนั่งลงเคียงข้างคุณแม่ก่อนจะมองอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีรสชาติไม่จัดดูเป็นเมนูสุขภาพ

"ที่บ้านนี้เขาไม่กินรสจัดกันเหรอคะ"

"ก็มีบ้างแต่ว่ามื้อเช้าแม่ไม่อยากให้หนูกินรสจัดเกินไปเดี๋ยวจะปวดท้องเอา กำลังอุ้มท้องอยู่ต้องกินของบำรุงเยอะๆ หนูกินข้าวก่อนนะเดี๋ยวแม่ตักให้"

คุณแม่ตักกับข้าวใส่จานให้หญิงสาวด้วยความเอาอกเอาใจ เผื่อว่าความใจดีและอบอุ่นของครอบครัวจะทำให้เธอมีความสุขกับการอยู่ที่นี่และไม่ปฏิเสธเจอริค ถึงแม้ว่าความคิดนั้นมันจะเป็นไปได้ยากก็เถอะ

"ขอบคุณค่ะ"

"แล้วทำไมหนูถึงไม่อยู่ที่นี่ล่ะ เมื่อกี้ไม่ได้ยินว่าหนูจะไม่อยู่ที่นี่แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหน"

"ปกติอัญญาอยู่ที่คอนโดค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะหนูสามารถดูแลเจ้าตัวเล็กได้ไม่ต้องเป็นห่วง ที่มาที่นี่ก็แค่อยากให้ลูกมีพ่อก็เท่านั้น ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรค่ะ"

เธอไม่ได้ไร้เหตุผลถึงขั้นจะเรียกร้องทุกอย่างจากพ่อของลูก ก็แค่ให้เขาทำหน้าที่พ่อที่ดีแล้วก็รับผิดชอบค่าเลี้ยงดูกับเจ้าตัวเล็กก็พอ ส่วนตัวเธอทำงานหาเงินเองได้ไม่ง้อผู้ชายหรอก

"ทำไมหนูถึงไม่แต่งงานกับลูกชายแม่ล่ะ ยังไงหนูก็ท้องลูกของเจอริคไปแล้ว เด็กต้องมีพ่อและแม่อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์ไม่คิดจะพิจารณาสักหน่อยเหรอ"

คุณแม่พยายามหว่านล้อมให้หญิงสาวใจอ่อนยอมอยู่ที่นี่แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีความคิดที่เป็นของตัวเองและดื้อรั้นพอสมควร

"ไม่เอาค่ะเราสองคนไม่ได้รักกันสักหน่อย อีกอย่างพี่เขาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเด็กในท้องของหนูเป็นลูกของเขา"

"..."

ทั้งสี่คนที่อยู่บนโต๊ะหันมามองหน้ากันก่อนจะกินน้ำลายลงคอดังอึก ดูท่าทางเจอริคจะเจองานหินซะแล้วเพราะการที่จะเปลี่ยนใจผู้หญิงคนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากมาก

"ยังไม่ได้พูดเลยนะว่าไม่เชื่อ"

เจอริคปฏิเสธประโยคคำพูดของเธอเพราะเขายังไม่เคยพูดเลยว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของตัวเอง ก็แค่ต้องการพิสูจน์บางอย่างให้มันชัดเจนถึงตอนนั้นเขาจะได้จัดการปัญหาทุกอย่างที่มันค้างคาได้อย่างสบายใจ

"ไม่ต้องพูดหนูก็รู้ เพราะถ้าเกิดว่าหนูเป็นพี่เจอริคก็คงไม่เชื่อเหมือนกันพอเข้าใจได้ค่ะ"

เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตักกับข้าวตรงน่ากินด้วยความเอร็ดอร่อย คุณพ่อกับคุณแม่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันทีด้วยความเอ็นดู ดูท่าทางจะเป็นเด็กที่ฉลาดพอสมควรและเป็นเด็กที่มีเหตุผลมากไม่งี่เง่าจนเกินไปเหมาะสมที่จะเป็นภรรยาของเจอริค

"ฉลาดนักนะยัยแสบ"

"แน่นอน ชิ~"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป